เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้เทคนิค (ที่จำเป็น) และคุกกี้เชิงวิเคราะห์.
เพื่อการใช้งานเว็บไซต์ของเรา โปรดให้ความยินยอมในการใช้คุกกึ้

ช่าวประชาสัมพันธ์ | Italia Reloaded. Tradition, Aesthetics and Innovation between Taste and Memory: Sip of Italy

  SIP OF ITALY

สยามพารากอน, Nextopia ชั้น 5, Community Centre 5A

23 เมษายน (วันเปิดนิทรรศการ) – 12 พฤษภาคม

สถาบันวัฒนธรรมอิตาลีประจำกรุงเทพฯ ร่วมกับสถานเอกอัครราชทูตอิตาลีประจำประเทศไทย คว้าชัยชนะในการประกวด “Capitali della Creatività Italiana nel Mondo” (เมืองหลวงแห่งความคิดสร้างสรรค์ของอิตาลีในระดับโลก) ครั้งที่ 4 ด้วยโครงการสหวิทยาการที่มีชื่อว่า “Italia Reloaded. Tradition, Aesthetics and Innovation between Taste and Memory” ภายใต้โครงการริเริ่มที่อุทิศให้กับเรื่องราวของกาแฟ สถาบันฯ ภูมิใจนำเสนอ “Sip of Italy” กิจกรรมสหวิทยาการที่มุ่งเน้นไปที่โลกของกาแฟ โดยสำรวจผ่านมิติต่างๆ ทั้งในด้านวัฒนธรรม สังคม และผัสสะ

Passione Italiana. L’Arte dell’Espresso

24 เมษายน – 12 พฤษภาคม 2026

นิทรรศการนี้จัดโดยมูลนิธิ IMF และ EP studio ภัณฑารักษ์โดย Elisabetta Pisu และออกแบบนิทรรศการโดย Distortion Studio นิทรรศการย้อนรอยวิวัฒนาการของกาแฟในฐานะสัญลักษณ์สากลของอัตลักษณ์อิตาลี ซึ่งเป็นจุดบรรจบระหว่างการออกแบบ พิธีกรรม และความยั่งยืน

นิทรรศการนี้ร่วมเฉลิมฉลองให้กับกาแฟในฐานะพื้นที่แห่งการแลกเปลี่ยนและการพบปะทางวัฒนธรรม โดยบอกเล่าเรื่องราวของพิธีกรรมในชีวิตประจำวันที่สามารถหลอมรวมประวัติศาสตร์ การเมือง การออกแบบอุตสาหกรรม ศิลปะภาพยนตร์ และหน้าที่ทางสังคมเข้าไว้ด้วยกัน สร้างสะพานเชื่อมที่เป็นเอกลักษณ์ระหว่างอัตลักษณ์อิตาลีและความคิดสร้างสรรค์ของไทย

ภายในงานมีการจัดแสดงวัตถุชิ้นเอก 40 ชิ้นที่สร้างสรรค์โดยนักออกแบบชื่อดังระดับโลก ตั้งแต่ผลงาน “Oggetto Banale” โดย Alessandro Mendini ไปจนถึง “Turbo Moka” โดย Matteo Frontini ควบคู่ไปกับเครื่องชงกาแฟระดับมืออาชีพในตำนานจาก MUMAC (พิพิธภัณฑ์เครื่องชงกาแฟของ Cimbali Group) ซึ่งรวมถึงรุ่นที่หาชมยากจากยุค 1920 และเครื่องชงกาแฟรุ่นที่มีชื่อเสียงอย่าง Marte จาก Faema และ Brillante จาก La Cimbali ในยุค 1950

พิธีเปิด วันที่ 23 เมษายน

กำหนดการ

  • 15:30 น.: ลงทะเบียนและเริ่มพิธีเปิด

  • 16:00 น.: เปิดตัวนิทรรศการ Passione Italiana: L’Arte dell’espresso (ความหลงใหลในแบบอิตาลี: ศิลปะแห่งเอสเปรสโซ) โดยได้รับเกียรติจาก เปาโล ดิโอนีซี (H.E. Paolo Dionisi) เอกอัครราชทูตอิตาลีประจำประเทศไทย กล่าวเปิดงานพร้อมร่วมพิธีตัดริบบิ้น

ภายในงานพบกับการเปิดแผ่นเพลงสร้างบรรยากาศโดย DJ Lazzaro

Espresso Academy Italian Coffee Training Institute ประจำกรุงเทพฯ ร่วมกับ Caffè Morettino, Illy, Caffè Don Bruno และ Lavazza นำเสนอการสาธิตเกี่ยวกับวิธีการชงกาแฟเอสเปรสโซและความหลากหลายของเครื่องดื่มกาแฟสุดคลาสสิกตามแบบฉบับอิตาลี กิจกรรมนี้จะเปิดโอกาสให้ผู้เข้าชมได้ค้นพบศาสตร์แห่งการปรุงกาแฟอิตาลีในรูปแบบต่างๆ พร้อมเรียนรู้เทคนิคระดับมืออาชีพจากบาริสต้า และร่วมสัมผัสประสบการณ์การชิมกาแฟภายในงาน

 

Sip of Italy ซีรีส์งานเสวนา

23 เมษายน เวลา 18:00 น.

Massimiliano Marchesi ผู้เชี่ยวชาญด้านกาแฟ นำเสนอการเสวนาในหัวข้อ “กาแฟอิตาลี: เกร็ดน่ารู้ ประเพณี และวัฒนธรรมร่วมสมัย”

กิจกรรมเพื่อการเรียนรู้นี้จะนำพาผู้ฟังไปรู้จักกับเอกลักษณ์เฉพาะตัวของวัฒนธรรมการดื่มกาแฟแบบอิตาลี โดยสำรวจทั้งขนบธรรมเนียม เกร็ดความรู้ และวิถีปฏิบัติที่หล่อหลอมจนกลายเป็นพิธีกรรมการ “ดื่มกาแฟ” ในแบบฉบับอิตาลี โดยจะให้ความสำคัญเป็นพิเศษกับการที่เอสเปรสโซของอิตาลีได้กลายเป็นมาตรฐานระดับโลก ทั้งในด้านการเตรียมและการดื่ม รวมถึงบทบาททางสังคมของ “บาร์” (Bar) ในชีวิตประจำวันของชาวอิตาลี การเสวนาครั้งนี้จะมอบข้อมูลเจาะลึกทั้งในเชิงประวัติศาสตร์ เรื่องเล่าทางวัฒนธรรม และมุมมองร่วมสมัยเกี่ยวกับการบริโภคกาแฟในประเทศอิตาลี

24 เมษายน เวลา 18:00 น.

Tomaso Mannu เชฟ นักออกแบบอาหาร และนักวิจัยด้านอาหาร นำเสนอการเสวนาในหัวข้อ “Coffee Beyond the Cup: Culinary Identity & Product Development” 

กาแฟมักถูกมองว่าเป็นเพียงเครื่องดื่ม แต่ด้วยกลิ่นหอมอันเป็นเอกลักษณ์และความสำคัญทางวัฒนธรรม ทำให้กาแฟเป็นวัตถุดิบในการปรุงอาหารที่ทรงพลัง การบรรยายในครั้งนี้จะสำรวจว่ากาแฟสามารถก้าวข้ามขีดจำกัดจากในถ้วยกาแฟไปสู่ห้องครัว เพื่อเป็นเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพในการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ใหม่ การออกแบบรสชาติ และการเล่าเรื่องราวผ่านอาหาร

ผ่านตัวอย่างจากอาหารร่วมสมัยและการออกแบบอาหาร การเสวนานี้จะวิเคราะห์ว่ากาแฟสามารถนำไปใช้ในเมนูอาหาร ซอส ของหมักดอง และเครื่องปรุงต่างๆ ได้อย่างไร ซึ่งเป็นการเปลี่ยนจาก “เครื่องดื่ม” ให้กลายเป็น “วัตถุดิบที่อเนกประสงค์” โดยจะให้ความสำคัญเป็นพิเศษกับบริบททางอาหาร แหล่งกำเนิด และกรรมวิธีการเตรียมที่มีผลต่ออัตลักษณ์ของผลิตภัณฑ์หรืออาหารจานนั้นๆ

นอกจากนี้ การบรรยายยังนำเสนอแนวทางปฏิบัติในการมองวัตถุดิบที่ไม่ใช่แค่ในแง่ของรสชาติ แต่ยังรวมถึงการวางตำแหน่งในตลาด อัตลักษณ์ทางวัฒนธรรม และความคิดสร้างสรรค์ ผู้เข้าร่วมจะได้รับมุมมองเชิงลึกว่าเชฟ ผู้ประกอบการด้านอาหาร และบุคลากรในอุตสาหกรรมการบริการ จะสามารถพัฒนาเมนูหรือผลิตภัณฑ์ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวได้อย่างไร โดยการสร้างอัตลักษณ์ที่สอดคล้องและชัดเจนผ่านวัตถุดิบเพียงชนิดเดียว

25 เมษายน เวลา 11:45 น.

Tomaso Mannu เชฟ นักออกแบบอาหาร และนักวิจัยด้านอาหาร นำเสนอการเสวนาในหัวข้อ “Circular Coffee: Sustainability and By-Product Innovation” 

กระบวนการผลิตกาแฟก่อให้เกิดระบบนิเวศของวัสดุที่ซับซ้อนและมีองค์ประกอบมากกว่าแค่ตัวเครื่องดื่ม ตั้งแต่ผลเชอร์รี่กาแฟไปจนถึงกากกาแฟที่เหลือหลังการชง ทรัพยากรเหล่านี้จำนวนมากมักถูกทิ้งไปโดยเปล่าประโยชน์ ทั้งที่มีศักยภาพสูงในเชิงอาหาร การเกษตร และการพาณิชย์

การเสวนาครั้งนี้จะสำรวจวงจรชีวิตแบบหมุนเวียนของกาแฟ และวิเคราะห์ว่า “ผลพลอยได้” จากห่วงโซ่อุปทานกาแฟนั้นสามารถนำมาเปลี่ยนเป็นวัตถุดิบใหม่ ผลิตภัณฑ์อาหาร และประสบการณ์ใหม่ๆ ได้อย่างไร การเสวนานี้จะแสดงให้เห็นว่าแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียนสามารถสร้างคุณค่าทั้งในด้านสิ่งแวดล้อมและเศรษฐกิจ ผ่านตัวอย่างจากการประกอบอาหาร การหมักดอง และนวัตกรรมผลิตภัณฑ์

กรณีศึกษาที่น่าสนใจคือ “คาสคาร่า” (Cascara) หรือเปลือกเชอร์รี่กาแฟตากแห้ง ซึ่งเป็นตัวอย่างที่ชัดเจนว่าผลพลอยได้ที่เคยถูกละเลยสามารถพัฒนาไปสู่เครื่องดื่ม ไซรัป และผลิตภัณฑ์แปรรูปได้อย่างไร เมื่อมีการออกแบบที่ประณีตและการเล่าเรื่องที่มีประสิทธิภาพรองรับ

การมองว่ากาแฟคือ “ระบบของวัสดุ” มากกว่าที่จะเป็นเพียง “ผลิตภัณฑ์เดี่ยว” จะช่วยให้ผู้เข้าร่วมมีความเข้าใจที่กว้างขึ้นเกี่ยวกับความยั่งยืนในวัฒนธรรมอาหาร และได้รับแรงบันดาลใจที่นำไปใช้ได้จริงในอุตสาหกรรมการบริการ การปรุงอาหาร และการประกอบธุรกิจอาหารในอนาคต

27 เมษายน เวลา 18:00 น.

คุณพ่อบรูโน (Don Bruno) มิชชันนารีและเจ้าของโรงคั่วกาแฟแห่ง Laudato Si Social Enterprise พร้อมด้วยบุคลากรผู้เชี่ยวชาญจากไร่กาแฟ ร่วมนำเสนอการบรรยายในหัวข้อ “Coffee as a Cultural Bridge: Thailand and Italy”

ย้อนกลับไปขณะลงพื้นที่เยี่ยมเยียนหมู่บ้านต่างๆ ในจังหวัดลำปาง ทางภาคเหนือของประเทศไทย คุณพ่อบรูโนสังเกตเห็นว่ามือของชาวบ้านจำนวนมากเปลี่ยนเป็นสีแดง ท่านจึงได้พบความจริงว่าปรากฏการณ์นี้เกิดจากสารเคมีอันตรายที่ใช้ชุบเมล็ดข้าวโพด ซึ่งชาวบ้านต้องปลูกด้วยมือเปล่า นอกจากนี้ การปลูกข้าวโพดเชิงเดี่ยวซึ่งเป็นรายได้หลักของหลายครอบครัว ยังนำไปสู่การตัดไม้ทำลายป่าและการเผาพื้นที่เกษตร ก่อให้เกิดปัญหาภูเขาหัวโล้นและวิกฤตสิ่งแวดล้อมที่รุนแรง

เพื่อปกป้องสุขภาวะของชุมชน อนุรักษ์สิ่งแวดล้อม และยกระดับรายได้ให้เกษตรกร ในปี 2012 คณะมิชชันนารีจึงได้ริเริ่มโครงการใหม่ โดยสนับสนุนให้ชาวบ้านปลูกพืชยืนต้นทดแทนการปลูกข้าวโพด สอนวิธีการคั่วกาแฟ และรับซื้อผลผลิตโดยตรงจากเกษตรกรในราคายุติธรรม เรื่องราวของคุณพ่อบรูโนและคณะมิชชันนารีแห่ง Laudato Si Social Enterprise จึงถือเป็นตัวอย่างที่แท้จริงของการพัฒนาที่ยั่งยืนและการอุทิศตนเพื่อสังคม

Laudato Si Social Enterprise คือวิสาหกิจเพื่อสังคมที่ก่อตั้งโดยคณะมิชชันนารีชาวอิตาลี ซึ่งดำเนินงานมาตั้งแต่ปี 2000 เพื่อช่วยเหลือชุมชนในจังหวัดลำปาง โดยเฉพาะในเขตอำเภอแจ้ห่ม วังเหนือ และเมืองปาน ทางบริษัทได้เลือกใช้ชื่อ “Laudato Si” เพื่อสะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการดำเนินงานที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและส่งเสริมเกษตรอินทรีย์ โดยได้รับแรงบันดาลใจจากสมณสาสน์ Laudato Si’ ของสมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิส ที่ทรงเรียกร้องให้ทุกคนดูแลรักษา “บ้านส่วนรวม” (โลกของเรา) โดยระบุว่า: “การจะแก้ไขปัญหาความยากจนอย่างเบ็ดเสร็จ จำเป็นต้องคืนศักดิ์ศรีให้แก่ผู้ด้อยโอกาสไปพร้อมๆ กับการดูแลรักษาธรรมชาติ”

 

“Jazz & Coffee” การแสดงโดย Bangkok New Trio โดย Bruno Brugnano

30 เมษายน เวลา 18:00 น.

นอกเหนือจากนิทรรศการและการบรรยายแล้ว Nextopia ยังเป็นเจ้าภาพจัดโปรแกรมทางวัฒนธรรมที่เข้มข้น โดยมีการพาทั้งศิลปินอิตาลีที่มีชื่อเสียงในระดับสากลและในประเทศไทยมาร่วมงาน และในโอกาส วันแจ๊สสากล (International Jazz Day) วง Bangkok New Trio นำโดย Bruno Brugnano (กีตาร์), ภาสกร โมระศิลปิน (เทเนอร์แซกโซโฟน) และ ธนรัตน์ ไชยชนะ (ดับเบิลเบส) จะนำเสนอการแสดงในชื่อ “Jazz & Coffee”

การแสดงดนตรีชุดนี้จะมอบประสบการณ์แบบ “สัมผัสพ่วง” (Synestesia) ให้กับผู้ชม ผ่านการถักทอความสอดประสานอันละเมียดละไมระหว่างเสียงดนตรีและประสบการณ์แห่งสัมผัสของกาแฟ ทั้งนี้ วง Bangkok New Trio ถือเป็นกลุ่มศิลปินที่ประสบความสำเร็จและได้รับการยอมรับอย่างสูงในประเทศไทย รวมถึงได้รับการยกย่องว่าเป็นความภาคภูมิของวงการดนตรีแจ๊สในประเทศไทย

 

BimBi Italiani: จากกาแฟสู่ความคิดสร้างสรรค์

25 เมษายน ตั้งแต่เวลา 10:00 น. ถึง 17:00 น.

BimBi Italiani คือองค์กรไม่แสวงผลกำไรระดับโลก (Ente del Terzo Settore – ETS) ที่จดทะเบียนในประเทศอิตาลี โดยมุ่งมั่นในการส่งเสริมภาษา วัฒนธรรม และอัตลักษณ์อิตาลีในหมู่เด็ก เยาวชน และครอบครัวทั่วโลก องค์กรดำเนินงานผ่านเครือข่ายระหว่างประเทศที่พัฒนาและดำเนินโครงการด้านการศึกษา วัฒนธรรม และความคิดสร้างสรรค์ เพื่อส่งเสริมการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรมและการสร้างชุมชนที่เข้มแข็ง

ในประเทศไทย BimBi Italiani ดำเนินงานผ่านสำนักงานระหว่างประเทศแห่งแรก ซึ่งจดทะเบียนในนาม บริษัท อิตาเลียน คิดส์ (ไทยแลนด์) จำกัด (Italian Kids (Thailand) Co., Ltd.) เพื่อเป็นหน่วยงานปฏิบัติการในท้องถิ่น ผ่านโครงสร้างนี้ องค์กรได้ออกแบบและดำเนินกิจกรรมทางวัฒนธรรมและการศึกษาสำหรับเด็กและครอบครัว ทั้งหลักสูตรภาษาและกิจกรรมสร้างสรรค์ งานอีเวนต์ เวิร์กชอป รวมถึงการสร้างความร่วมมือกับโรงเรียน สถาบันทางวัฒนธรรม และพันธมิตรภาคเอกชน

ภายใต้โครงการ “Sip of Italy” ทาง Bimbi Italiani ได้นำเสนอกิจกรรมตลอดทั้งวัน โดยมีกำหนดการดังนี้:

กิจกรรมช่วงเช้า

  • Story Time Adventure – การเดินทางของเมล็ดกาแฟตัวน้อย: กิจกรรมการเล่านิทานเชิงโต้ตอบ โดย Curtain Up Studio | เวลา 10:45 – 11:45 น.

กิจกรรมเวิร์กชอปช่วงบ่าย

  • Bean & Bottle – จากถังขยะสู่งานศิลปะ: โดย WISHULADA | เวลา 15:15 – 16:15 น.

  • Little Explorers – เปลี่ยนกาแฟให้เป็นปุ๋ย!: โดย Little Legend | เวลา 16:15 – 16:30 น.

กิจกรรมต่อเนื่องตลอดวัน

  • วาดภาพด้วยกาแฟ: มุมศิลปะสร้างสรรค์

  • มุมหนังสือ: ค้นพบและนำเรื่องราวกลับบ้านเนื่องในโอกาสวันหนังสือโลก (International Book Day)

  • สถานีศิลปะจากกาแฟ

  • มุมเล่นเชิงสัมผัสสำหรับเด็กปฐมวัย

กิจกรรมเหล่านี้จะช่วยให้เด็กๆ ได้เข้าใกล้โลกของคุณพ่อคุณแม่มากขึ้น โดยเปลี่ยนเครื่องดื่มสำหรับ “ผู้ใหญ่” อย่างกาแฟ ให้กลายเป็นประสบการณ์การเรียนรู้ที่สนุกสนาน สร้างสรรค์ เข้าถึงง่าย และเหมาะสมสำหรับครอบครัว ซึ่งสามารถหลอมรวมศิลปะและวัฒนธรรมอิตาลีเข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว

ด้วยกิจกรรมที่เปี่ยมด้วยคุณค่าทางการศึกษา หัวใจสำคัญของโครงการ Sip of Italy โดยเฉพาะในเรื่อง ความยั่งยืนและการรีไซเคิล จะถูกถ่ายทอดผ่านมุมมองที่สดใสและอยากรู้อยากเห็นของเด็กๆ เพื่อปลูกฝังให้พวกเขาตระหนักถึงความสำคัญของการรักษาสิ่งแวดล้อม และเปลี่ยนการเล่นให้เป็นโอกาสในการเรียนรู้ที่เห็นผลเป็นรูปธรรม

 

อาจารย์ท้ง นักพยากรณ์: อนาคตที่ก้นแก้วกาแฟ

1 พฤษภาคม เวลา 11:00 – 13:00 น. และ 15:00 – 19:00 น.

ภายใต้บริบทของความยั่งยืน ความคิดสร้างสรรค์ และการใส่ใจสิ่งแวดล้อม กิจกรรมการทำนายดวงชะตาผ่านกาแฟจะถูกจัดขึ้นโดย อาจารย์ท้ง ผู้เชี่ยวชาญด้านการพยากรณ์ที่จะมาตีความจากก้นแก้วกาแฟเพื่ออ่านดวงชะตาเฉพาะบุคคล

การอ่านก้นแก้วกาแฟเป็นศาสตร์โบราณที่ให้คุณค่ากับสิ่งที่คนทั่วไปอาจมองว่าเป็น “ขยะ” มาตั้งแต่ยุคเริ่มต้น ซึ่งในโครงการนี้ ศาสตร์ดังกล่าวได้กลายเป็นสัญลักษณ์สำคัญในการเปลี่ยนเศษซากกาแฟให้เป็นเครื่องมือแห่งความรู้ สัญชาตญาณ และความคิดสร้างสรรค์

อาจารย์ท้ง หรือที่รู้จักในนาม “The Precision Seer” (เรืองสิทธิ์ กิตติวราพล) เป็นปรมาจารย์ด้านการพยากรณ์ที่มีชื่อเสียง โดยเชี่ยวชาญเป็นพิเศษในด้านการอ่านกากชาและกาแฟ หรือ Tasseography ซึ่งเป็นศาสตร์โบราณที่มีรากฐานมาจากวัฒนธรรมในแถบตะวันออกกลางและยุโรปตะวันออก รูปแบบการตีความเชิงสัญลักษณ์นี้ได้รับการถ่ายทอดผ่านพิธีกรรมการดื่มชาและกาแฟมานับศตวรรษ โดยอาศัยการตีความจากรูปทรงที่เหลือทิ้งไว้โดยใบชาหรือกากกาแฟในถ้วย ซึ่งเชื่อว่าเป็นภาพสะท้อนของพลังงานและประสบการณ์ของบุคคลนั้นๆ

กิจกรรมอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง

  • Massimiliano Marchesi นำเสนอการบรรยายแก่สื่อมวลชนและนักศึกษาในหัวข้อ: Hospitality in a cup

24 เมษายน เวลา 12:00 น. ณ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ

ภายใต้โครงการ “Italia Reloaded. Tradition, Aesthetics and Innovation between Taste and Memory” สถาบันวัฒนธรรมอิตาลีประจำกรุงเทพฯ มุ่งส่งเสริมทักษะและความเชี่ยวชาญแบบอิตาลีในอุตสาหกรรมกาแฟ ผ่านกิจกรรมการเรียนรู้ ณ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ การบรรยายโดย Massimiliano Marchesi ผู้เชี่ยวชาญด้านกาแฟ เป็นส่วนหนึ่งของแผนกิจกรรมทางการศึกษาที่เริ่มต้นมาตั้งแต่เดือนธันวาคม 2025 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมและเชิดชูวัฒนธรรมอาหารและเครื่องดื่มของอิตาลี โครงการนี้มีเป้าหมายระยะยาวในการบรรจุหลักสูตรอาหารอิตาลีเข้าเป็นส่วนหนึ่งของการเรียนการสอนในมหาวิทยาลัย ซึ่งเป็นสถาบันที่ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางด้านหลักสูตรการโรงแรมและการท่องเที่ยว

ในการบรรยายครั้งนี้ ณ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ ซึ่งเป็นเจ้าภาพในหลักสูตรการจัดการการท่องเที่ยวและการโรงแรมระหว่างประเทศ (ITHM) Massimiliano Marchesi — วิศวกรการจัดการจาก Politecnico di Milano และอดีต Coffee Ambassador ของ Nespresso ประเทศอิตาลี — จะนำพานักศึกษาเดินทางไปสัมผัสกับประวัติศาสตร์และกระบวนการผลิตกาแฟในอิตาลี

เนื้อหาการบรรยายจะครอบคลุมถึงวิวัฒนาการทางวัฒนธรรมของกาแฟในฐานะเครื่องดื่มที่เป็นสัญลักษณ์สำคัญ เจาะลึกเทคนิคการเตรียมและรูปแบบการบริการ ศิลปะการผสมเมล็ดกาแฟ (Blend) และการคั่ว หลักการวิเคราะห์เชิงสัมผัส (Sensory Analysis) ไปจนถึงบทบาทของกาแฟที่ทวีความสำคัญมากขึ้นในธุรกิจร้านอาหารระดับไฮเอนด์

การบรรยายนี้จะให้ข้อมูลทั้งในเชิงเทคนิคและเชิงวัฒนธรรม เพื่อแสดงให้เห็นว่าในประเทศอิตาลี กาแฟไม่ได้เป็นเพียงแค่เครื่องดื่ม แต่คือพิธีกรรมที่ฝังรากลึกอยู่ในชีวิตประจำวัน

  • Espresso Academy Italian Coffee Training Institute ประจำกรุงเทพฯ

วันที่ 28-30 เมษายน

กิจกรรมบรรยาย การชิมกาแฟ และการเจาะลึกความรู้ด้านต่างๆ เพื่อมอบโอกาสให้แก่นักเรียนของสถาบันฯ ได้ค้นพบและแลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับโลกของกาแฟและศิลปะการผสมเครื่องดื่ม (Mixology)

  • Caffè Vergnano

วันที่ 28-30 เมษายน

Caffè Vergnano จะเข้าร่วมพร้อมกับโปรแกรมการชิมกาแฟและการบรรยายเกี่ยวกับศิลปะการผสมเครื่องดื่ม (Mixology) เพื่อแสดงให้สาธารณชนเห็นถึงความมั่งคั่งของอุตสาหกรรมที่ผสานประเพณีดั้งเดิมเข้ากับนวัตกรรมอย่างลงตัว พร้อมตอกย้ำถึงความสามารถของอิตาลีในการเปลี่ยนวัฒนธรรมอาหารและเครื่องดื่มให้กลายเป็นประสบการณ์ ความรู้ และการพบปะสังสรรค์ทางสังคมอีกครั้งหนึ่ง