Gift to Entropy
โดย เรนาโต เลอตตา
ภัณฑารักษ์ สเตฟาโน ราโบลลี แพนเซรา
นิทรรศการ ‘Gift to Entropy’ โดย เรนาโต เลอตตา จัดขึ้น ณ บางกอก คุนส์ฮาเลอ เพื่อเป็นบทเกริ่นนำของผลงานที่เขาใหญ่ อาร์ต ฟอเรสต์ ศิลปินสืบค้นความสัมพันธ์ระหว่างความเป็นไปได้และความไม่แน่นอน (entropy)ในฐานะพลังอันเป็นพื้นฐานสำคัญในการก่อร่างและกำเนิดขึ้นของสรรพสิ่ง ศิลปินมิได้เพียงถ่ายทอดความเข้าใจต่อวัตถุในฐานะโครงสร้างที่ตายตัว แต่เลอตตากลับนำเสนอวัตถุในสภาวะชั่วคราว ซึ่งเกิดขึ้นจากปฏิสัมพันธ์ของสสารและพลังงาน ผลงานของเลอตตาเปรียบเสมือนภาพผังแสดงถึงพลังขับเคลื่อน เพื่อเผยให้เห็นถึงกระบวนการซึ่งมิอาจรับรู้ได้โดยทั่วไป
เลอตตาได้พัฒนาความละเอียดอ่อนในการรับรู้ต่อความสัมพันธ์ระหว่างปรากฏการณ์ทางธรรมชาติและวิธีการถ่ายทอดสิ่งเหล่านั้น ทั้งแสง แรงโน้มถ่วง สายน้ำ และพืชพันธ์ุ ต่างก็กลายเป็นสาระสำคัญที่ดำรงอยู่ภายในผลงานของศิลปิน ผ่านเทคนิคภาพถ่าย ภาพยนตร์ ประติมากรรม และผลงานจัดวาง ซึ่งทำหน้าที่เป็นเครื่องมือเพื่อใช้บันทึก เก็บรักษา หรือปล่อยให้ปรากฏการณ์เหล่านั้นดำเนินไปตามกระบวนการอย่างที่ควรจะเป็น การสร้างสรรค์ผลงานของเลอตตาจึงมีความเรียบง่ายแต่ทรงพลัง กล่าวคือ ศิลปินมิได้ยัดเยียดรูปแบบให้กับวัตถุต่าง ๆ แต่เขากลับตั้งเงื่อนไขให้วัตถุนั้นได้เผยศักยภาพของตัวเองออกมา
สำหรับนิทรรศการที่จัดขึ้น ณ บางกอก คุนส์ฮาเลอ ศิลปินนำเสนอผลงานจำนวนสองชุด อันเกี่ยวข้องกับการสำรวจความสัมพันธ์ระหว่างการสงวนรักษาและการแปรเปลี่ยน
ผลงานชิ้นแรกประกอบด้วยกล่องอลูมิเนียมเก่าใช้สำหรับบรรจุม้วนฟิล์ม 16 มม. วางกองเรียงกัน ศิลปินนำฟิล์มไปถ่ายเก็บภาพดอกไม้ในระยะประชิด โดยเคลื่อนกล้องเข้าไปใกล้ดอกไม้จนคล้ายกับว่าการถ่ายทำนี้ได้ก้าวพ้นขีดจำกัดของการมองเห็น ราวกับว่าศิลปินมิได้ต้องการบันทึกภาพดอกไม้ที่สมบูรณ์ แต่ต้องการเก็บบันทึกกลิ่นหอมของดอกไม้ไว้ผ่านกล้อง ภาพปรากฏของดอกไม้เคลื่อนเข้าสู่ขีดจำกัดของประสบการณ์ทางประสาทสัมผัสอีกประเภทหนึ่ง ชวนให้นึกถึงความเป็นไปได้ที่จะรับรู้ผ่านการมองเห็นถึงสิ่งที่โดยปกติแล้วเราสามารถสัมผัสได้ผ่านการดมกลิ่นเท่านั้น อย่างไรก็ตาม ศิลปินเก็บฟิล์มไว้ในกล่องอลูมิเนียมอย่างมิดชิด ตั้งใจให้ภาพดอกไม้ถูกถอดถอนจากการมองเห็น สงวนม้วนฟิล์มไว้ดั่งของมีค่า คล้ายกับว่าต้องการเก็บรักษากลิ่นหอมของดอกไม้มิให้เลือนลางหายไป กล่องฟิล์มกลายเป็นคลังเก็บประสบการณ์ทางผัสสะซึ่งในความเป็นจริงมิอาจเก็บรักษาไว้ได้ ผลงานชิ้นนี้จึงเปรียบเสมือนคำมั่นว่ามีภาพของดอกไม้ปรากฏอยู่ ในขณะเดียวกันก็เป็นการรื้อฟื้นกลิ่นดอกไม้ในจินตนาการที่ไม่มีอยู่จริง
ผลงานชิ้นที่สองประกอบด้วยกระดาษสีแดงซี่งถูกเก็บรวบรวมโดยศิลปินจากร้านขายกระดาษแบบจีนที่ไชนาทาวน์ กระดาษนี้ใช้สำหรับชุนเหลียน หรือการเขียนคำกลอนมงคลคู่ตามประเพณีจีนในเทศกาลตรุษจีน โดยเขียนด้วยหมึกสีทองหรือสีดำด้วยพู่กันลงบนกระดาษสีแดง เพื่อแสดงถึงคำอวยพรและความปรารถนาให้เกิดความโชคดีและความเจริญรุ่งเรือง เมื่อกระดาษนี้มิได้ถูกใช้ในบริบทดั้งเดิม แผ่นกระดาษปรากฏรอยพับและร่องรอยที่สะสมขึ้นผ่านกาลเวลา เลอตตาใช้หมุดยึดกระดาษไว้ในกล่องอะคริลิกใส ซึ่งมีความยาวสอดคล้องกับความยาวทั้งหมดของแผ่นกระดาษเมื่อคลี่ออกจนสุด เมื่อกระดาษถูกยึดไว้เช่นนี้ แรงโน้มถ่วงจึงส่งผลต่อลักษณะทางกายภาพของกระดาษ ร่องรอยอันเกิดจากการที่เคยถูกพับทบอาจคลายตัวไปอย่างช้า ๆ ส่งผลให้แผ่นกระดาษคลี่ขยายหย่อนคล้อยลงไปด้านล่างของกล่องตามสภาวะธรรมชาติ ผลงานชิ้นนี้นำเสนอการเคลื่อนไหวที่แทบไม่อาจสังเกตเห็นได้ ซึ่งค่อย ๆ ดำเนินไปสู่ลักษณะทางกายภาพสุดท้าย คือ แผ่นกระดาษจะคลายตัวจนแบนราบและหย่อนลงไปถึงฐานของกล่อง อย่างไรก็ตาม สภาวะดังกล่าวไม่อาจเกิดขึ้นได้อย่างสมบูรณ์ รอยพับบนกระดาษจะไม่มีวันหายไปทั้งหมด และกระดาษจะไม่มีทางราบเรียบอย่างที่ควรจะเป็น ด้วยเหตุนี้ ขนาดของกล่องจึงกำหนดขีดจำกัดที่มีอยู่ในเชิงแนวคิด แต่ยังคงเป็นสิ่งที่ไม่อาจบรรลุถึงได้ในความเป็นจริง ดังนั้น ผลงานชิ้นนี้จึงมิได้มีนิยามอยู่ที่การบรรลุสู่สถานะสุดท้าย หากแต่อยู่ที่การเคลื่อนไหวอย่างต่อเนื่องมุ่งไปสู่สถานะนั้น ซึ่งเป็นการดำเนินต่อไปอย่างไม่มีที่สิ้นสุด
ผลงานศิลปะจัดวางทั้งสองชิ้นดำรงอยู่ในสภาวะค้างคาระหว่างสิ่งที่ปรากฏอยู่ตรงหน้ากับสิ่งที่ยังคงไม่อาจบรรลุถึงได้ โดยผลงานแต่ละชิ้นเผยให้เห็นศักยภาพของตนเอง กลิ่นหอมถูกสื่อให้รับรู้ผ่านจินตนาการ แต่ไม่อาจสัมผัสได้จริง ขณะที่แผ่นกระดาษคลี่ตัวออกอย่างช้า ๆ โดยมิอาจไปถึงสถานะสุดท้ายของตัวเอง
ณ บางกอก คุนส์ฮาเลอ ภาพยังคงถูกเก็บซ่อนไว้ ขณะที่แผ่นกระดาษค่อย ๆ คลี่ออกไปสู่ขีดจำกัดที่ไม่อาจบรรลุถึงได้ ส่วนที่เขาใหญ่ อาร์ต ฟอเรสต์ คือ สถาปัตยกรรมที่มีลักษณะกั้นล้อมพื้นที่ไว้ ทำหน้าที่ปกป้องการเติบโตของพืชพรรณ ขณะเดียวกันก็ค่อย ๆ สละขอบเขตของตนเองไปตามกาลเวลา
ระหว่างกลิ่นหอมที่เราไม่อาจเข้าถึง รูปทรงที่ไม่อาจบรรลุถึง และสถาปัตยกรรมที่ไม่อาจอยู่อาศัยได้ Gift to Entropy เผยให้เห็นว่า ทุกวัตถุล้วนบรรจุศักยภาพอันไม่สิ้นสุดในการแปรเปลี่ยนด้วยตัวมันเอง
โปรแกรมนี้จัดขึ้นโดยความร่วมมือกับสถาบันวัฒนธรมอิตาลีประจำกรุงเทพ, เขาใหญ่ อาร์ต ฟอเรสต์ และ บางกอก คุนส์ฮาเลอ